สูตรการปรุง “น้ำจิ้มซีฟู้ดปลาหมึกย่าง” รสเปรี้ยวแซ่บลงตัว ทำง่ายมากๆ (ดูส่วนผสม)

ถ้าพูดถึง “ปลาหมึก” การจะทานให้อร่อยนั้นต้องขึ้นอยู่กับความสดของหมึกและน้ำจิ้มซีฟู๊ดรสเด็ดที่ทานคู่กันเข้ากัน และในวันนี้แอดมินจึงจะชวนสมาชิกมาทำเมนู “หมึกย่าง” พร้อมกับน้ำจิ้มซีฟู๊ดรสแซ่บ ที่ต้องบอกเลยว่าใครได้ทำตามสูตรนี้ก็อร่อย จะทำกินกันเองที่บ้าน หรือต่อยอดทำขายสร้างอาชีพหารายได้เสริมก็น่าสนใจมากๆ มาดูส่วนผสมและวิธีการทำกันเลยจ้า

ขั้นตอนการทำ

1. ก่อนอื่นเราต้องหาซื้อปลาหมึกสดที่ตลาด โดยเลือกตัวที่สดใหม่ จากนั้นนำมาล้างทำความสะอาด วิธีล้างเพื่อไม่ให้ปลาหมึกเค็ม เพราะตอนที่เขาเอามาจากเรือเขาจะแช่เย็นและลงเกลือมา ถ้าเราไม่ล้างเอาความเค็มออก ปลาหมึกเราจะเค็ม เคล็ดลับคือ เค็ม ตัด เค็ม โดยการที่เราเอาเกลือประมาณ 2 กำมือ ต่อปลาหมึก 1 กก. ใส่รวมกันใส่น้ำ 1 ขัน แล้วล้างโดยการตีฟอง ความเค็มที่ตัวปลาหมึกจะออกมาเอง ทำแบบนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง สังเกตฟองของน้ำลดลง

2. ให้เรานำสารส้ม มาล้างที่ตัวปลาหมึก จะทำการบดผสมน้ำ หรือ เอามาขัดตามตัวปลาหมึกก็ได้ จะช่วยให้ปลาหมึกของเราไม่มีกลิ่นคาวนั่นเอง

3. จากนั้นให้เอาปูนขาว หรือน้ำปูนใสประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมเข้ากับน้ำ 1-2 ขัน หลังจากนั้นให้เอา ปลาหมึกไปแช่น้ำปูน เวลาย่างปลาหมึกนั้นจะมีความกรอบอร่อยมากยิ่งขึ้น

4. น้ำต้มสุกรอให้เย็น 1 ถ้วย ใส่ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนโต๊ะ เพื่อให้สีปลาหมึกเหลืองสวยน่ากิน ให้ใส่ผงขมิ้นลงไปเล็กน้อย นำปลาหมึกลงไปคลุกกับน้ำซีอิ๊วให้ทั่ว นำไปเสียบกับไม้ย่าง ให้สุกเหลือง

ส่วนผสม น้ำจิ้มซีฟู้ด

– น้ำตาลปี๊บ 500 กรัม

– เกลือ 2 ช้อนโต๊ะ

– น้ำร้อน 3+1/2 ถ้วย

– น้ำมะนาว 4 ถ้วย

– พริกขี้หนู 200 กรัม

– กระเทียมไทย 200 กรัม

– ผักชี 200 กรัม

วิธีทำน้ำจิ้มซีฟู้ดพริกขี้หนู

1. ใส่น้ำตาลปี๊บลงในอ่างผสม ตามด้วยเกลือและน้ำร้อน คนให้เข้ากันจนน้ำตาลปี๊บละลายเป็นน้ำ จากนั้นเติมน้ำมะนาวลงไปคนให้เข้ากัน

2. เทส่วนผสมน้ำที่ผสมไว้ลงในเครื่องปั่น ตามด้วยพริกขี้หนู กระเทียม และผักชี ปั่นให้เข้ากันตามความละเอียดที่ต้องการ ตักใส่ขวดโหลแก้ว หรือภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด แค่นี้ก็เสร็จแล้วจ้า

ง่ายมากเลยใช่ไหมล่ะค่ะ สำหรับสูตรที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ เพื่อนสมาชิกอย่าลืมลองนำสูตรนี้ไปทำกันดู จะทำกินหรือทำขายสร้างอาชีพก็ดีไม่น้อย ลูกค้าติดใจแน่นอนค่ะ ถ้าเห็นว่ามีประโยชน์ โปรดส่งต่อเพื่อเป็นวิทยาทานด้วยจ้า

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก.cooking.kapook.com